ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

บทความ

2019 in Brief

บันทึกของปี 2019 (โดยสังเขป)  จาก 2018 ที่ทลายความเชื่อเรื่องความสัมพันธ์ในใจเรา ทำให้เราต้องตั้งหลักกับ self-relationship มากขึ้น ถึงแม้ว่าจะไม่สามารถฟื้นความเชื่อมั่นได้ทั้งหมด เราพยายาม คอร์สดำน้ำช่วยได้ระดับหนึ่ง คนใกล้ตัวระดับหนึ่ง App Slowly ระดับหนึ่ง เริ่ม 2019 ได้กระท่อนกระแท่น ปั่นป่วน ทั้งเรื่องงาน ทั้งใจ รู้สึกตัวเองเปราะบาง รับมือและจัดการกับปัญหาได้ไม่ดีเท่าที่ควร แต่ก็เริ่มดูแลตัวเองมากขึ้น ความรับผิดชอบ หน้าที่มากขึ้น เราไม่ค่อยฟุ้งซ่านแล้ว ทริปที่ฮีลในช่วงต้นปีคงเป็นทริปต่างประเทศครั้งแรกกับเเม่และน้องสาว พาหนาว พาหลง เป็นทริปที่ดีมากๆ และตั้งใจว่าจะหาเวลาไปเที่ยวกับครอบครัวให้มากขึ้น เรายังสนิทกันได้มากกว่านี้ Lesson learn หนึ่งอย่าง คืออยู่กับอะไรให้โฟกัสกับสิ่งนั้น ยิ่งถ้าอยู่กับตัวเองให้โฟกัสกับความรู้สึกและใส่ใจตัวเองให้มากๆ ช่วงหกเดือนให้หลัง เราพยายามลงทุนกับตัวเองให้มากขึ้น ทั้งแบบหวังและไม่หวังผล ให้รางวัล ใจดีกับตัวเอง ไม่กดดันจนเกินไป (ลด KPI ชีวิตลงเยอะ) ทำให้เห็นช่องว่างที่เราสามารถเติมเต็มได้ แม้ว่าจะมีปัญหาเข้ามา มันก็เจ็บเหมือน...
โพสต์ล่าสุด

สร้าง กำลังโต

เรียกฉันว่า... "กำลังโต" ถึงใครที่ผ่านเข้ามา เดี๋ยวนี้คนออกมาเขียนบล็อกกันเยอะไปหมด บางคนมีความตั้งใจ บางคนหมดไฟ ต้องออกมาเขียนระบายความในใจ ซึ่งจริง ๆ เเล้วการเขียนมันก็เหมือนกับเราได้คุยกับคนคนหนึ่ง ที่อยู่ตรงข้ามเเผ่นกระดาษ หน้าจอคอมพิวเตอร์ ไม่ว่าจะเขียนอะไรไปเขาก็รับฟังหมด ที่ปรึกษาที่ดี แล้วมาเขียนบล็อกทำไม? เเต่ที่มาเขียนในนี้ไม่ได้จะมาคุยกับใครนะ จะคุยกับตัวเองนี่เเหละ เพราะคิดว่าเราห่างหายจากการทบทวนความต้องการของตัวเองมานานเเล้ว ไม่รู้กี่ปีที่ไม่ได้ถามว่า อยากทำอะไร มีอะไรที่อยากเเล้วไม่ได้ทำบ้าง อีกเหตุผลหนึ่งก็คือ เราจับพลัดจับผลูได้เริ่มทำงาน หลังจากที่เรียนจบ ต่อด้วยโครงการเวิร์คแอนด์เทรเวลที่อเมริการ่วมสี่เดือน ทั้ง ๆ ที่อีกหนึ่งเดือนจะสอบวัดระดับภาษาแล้ว เเพลนเรียนต่อก็มี เเต่ก็คิดว่าน่าจะมีเวลาเหลือพอมานั่งทบทวน อ่านหนังสือสอบได้ ไปๆมาๆ งานมันค่อนข้างยาก เเละเราเองก็ใหม่กับทุกสิ่งในตัวงานที่มอบหมายมาเลยก็ว่าได้ เราเป็นคนที่พรีเซ็นต์งานไม่เก่ง นี่คือจุดด้อยของเรา คือข้อมูลมีเยอะ เเต่เราไม่สามารถเล่าเรื่องออกมาให้เหมือนกับเล่านิทานก่อนนอนได้

'90วัน ฉันจะไปเวิร์ค' [WAT2017] EP02: สัมภาษณ์วีซ่า J-1

เข้าเดือนกุมภาแล้ว หลาย ๆ เอเจ้นท์ก็ทยอยปิดรับสมัครโครงการ  Work and  Travel 2017  แต่สำหรับใครที่เพิ่งรู้ตัว เฮ้ย ฉันก็อยากจะไปเวิร์คบ้างเหมือนกัน ไม่ต้องตกใจไป ยังมีเอเจ้นท์บางส่วนที่ยังเปิดรับสมัครอยู่ ทั้งนี้ทั้งนั้นก็หาข้อมูลไว้เยอะ ๆ เพราะว่าการสมัครกันโค้งสุดท้ายก็มีสิ่งที่ต้องระวังนั่นก็คือเรื่องงาน งานที่เหลืออยู่ก็จะน้อยมาก และมักจะเป็นงานที่คนอื่นไม่เลือกทำเพราะหลาย ๆ เหตุผล อย่าลืมศึกษาข้อมูลก่อนตัดสินใจกันด้วยเด้ออออ   เอ้า ส่วนใครที่ผ่านขั้นตอนการสมัครมาแล้ว ได้งานแล้ว กำลังเข้าสู่กระบวนการสัมภาษณ์วีซ่า ก็มาทางนี้เลยยยยย เย่ (ขออภัยไม่มีรูปปลากรอบ เพราะไม่ได้พกมือถือไปปปป) เชื่อว่าหลาย ๆ คนที่เข้ามาอ่าน น่าจะเข้าไปส่องรีวิวพันทิปมาหลายกระทู้แล้ว ใช่มะ เรารู้ เพราะเราก็เป็น แกรรรรร รีวิวตั้งแต่ยามหน้าประตูยันลักษณะเข้าหน้าที่สัมภาษณ์แต่ละคน เราต้องเตรียมตัวแบบไหน เขาจะถามอะไรบ้าง ถ้าเกิดเหตุฉุกเฉินต้องทำยังไง เราจะมาเคลียร์กันไปทีละคำถามเนอะ [ เอกสารใช้สัมภาษณ์วีซ่า]   ** สำคัญมาก ไม่มีไม่ได้เข้าสัมภาษณ์เด้ออ** 1. ใบคำร้องยื่นข...

ซุ้มสอยดาว

หญิงสาวคนเดิม เดินกลับบ้าน สะบัดร่มที่เปืยกฝน เท้าสองข้างถูพรมก่อนก้าวเข้าบ้าน  เหลือบไปเห็นอะไรบางอย่างตั้งอยู่ โหลแก้วที่ใส่ดาวกระดาษอยู่เต็ม กระดาษเหล่านั้นเปื่อยเล็กน้อย เพราะเปลี่ยนที่อยู่จากตู้โชว์ ไปอาศัยร่มของเล็บครุฑพุ่มสวยที่ปลูกไว้ ประกอบกับช่วงนี้ฝนตกหนัก ดาวที่อยู่ข้างในกลายเป็นสีเดียวกัน จำไม่ได้เลยว่าเมื่อก่อนเคยเป็นสีอะไร ฟ้า เทา ชมพู เขียว ความสับสนในจิตใจถูกสายฝนชำระล้างไปหมดเเล้ว  จนถึงตอนนี้ ดาวกระดาษในโหลแก้วไม่มีความหมายอีกต่อไป เอาล่ะ ถึงตอนนี้เเล้ว คงต้องเปลี่ยนกลยุทธ์ เธอใช้ปากกาบรรจงวาดความใส่ใจลงไปทีละนิด  ลูกอมเพิ่มความหวาน แก้วน้ำไว้ใส่น้ำดื่มประทังชีวิต สบู่ก้อนน้อยใช้ทำความสะอาดร่างกายจนหอมหวน ไม่ต่างอะไรกับซุ้มสอยดาว ต้นไม้ใหญ่ที่เต็มไปด้วยผล ผลสุก ผลดิบ ผลฝาด  เเละผลที่อร่อยสำหรับแต่ละคน  หน้าตาเหมือนกันเเต่รสชาติต่างกันลิบลับ เธอไม่รู้ว่าเขาจะได้ผลไหนไปกิน แต่หวังว่าสักวัน เขาจะได้ผลที่รสชาติถูกใจจากซุ้มสอยดาวซุ้มนี้ เเละสามารถรับรู้ความรู้สึกต่างๆผ่านรสชาติของมันได้ เธอให้เขาอยากสอยดาวบนต้นไม้ของเธอไปเรื่อยๆ...

พับดาว

สิ่งที่ฉันจะพิมพ์ต่อจากนี้ เป็นเรื่องธรรมดาที่เกิดขึ้นได้กับทุกคน...เรื่องของความรัก หญิงสาวช่างเพ้อฝันคนหนึ่ง เธอสูงไม่ถึงหนึ่งร้อยเจ็ดสิบเซนติเมตร ขาใหญ่ เเถมยังผิวคล้ำ รูปร่างตรงกันข้ามกับสเปคชายไทย เธอแอบชอบคนที่เคยทำกิจกรรมร่วมกันคนหนึ่ง เเทททูอาจจะมีรักเเรกพบ แต่สำหรับเธอ ที่ไม่ได้มองคนด้วยรูปลักษณ์ภายนอก ไม่มีคำว่ารักเเรกพบในพจนานุกรมของเธอ เเต่มีคำว่าผูกพันเกิดขึ้น ไม่รู้หรอกว่า ความสัมพันธ์นั้นเริ่มขึ้นเมื่อไหร่ รู้ตัวอีกที เธอก็ชอบเขาไปแล้ว ถ้อยคำเพียงไม่กี่คำที่ส่งผ่านบทสนทนาตัวหนังสือ ก็ทำให้เธอเก็บไปยิ้มได้ทั้งวัน พวกเขาคุยกัน โดยมากเธอเป็นฝ่ายเริ่มบทสนทนาก่อน แค่มีจุดสามจุด บ่งบอกว่าเขากำลังพิมพ์ตอบข้อความของเธออยู่ แค่นี้เธอก็พอใจแล้ว   การสนทนาเป็นไปได้ด้วยดี บางครั้งมีรับส่งกันอย่างเข้าขา แต่บางครั้งเขาก็จะงงๆหน่อย เพราะคำที่เธอส่งมานั้น มีความหมายแฝงบ้าง เป็นศัพท์ที่เขาไม่ค่อยได้ใช้ในวิชาชีพนัก กลับกัน เธอเองก็ต้องทำตัวเหมือนพจนานุกรม แปลเเละเดาคำศัพท์แปลกๆ ที่มีวรรณยุกต์แตกต่างจากที่เธอเคยใช้บ้าง พิมพ์ผิดๆถูกบ้าง พักหลังมานี้ ที่เธอจงใจพิมพ์ตกๆหล...

ดาวกระดาษ

พับไปพับมา ดาวกระดาษเริ่มเป็นรูปเป็นร่างขึ้นมาเเล้ว เราเองดีใจที่ได้สร้างพื้นที่เล็กเป็นของตัวเองได้สักที  ถ้าถามว่าจะเป็นเเนวไหน ตอบไม่ได้หรอก เรื่องไหนที่อยากเขียนก็จะเขียน  เรื่องไหนที่คิดว่ามีประโยชน์เเละตัวเองหาข้อมูลได้ก็จะนำมาเเบ่งปันกัน เรื่องที่เราสนใจก็มี สารคดี ท่องเที่ยว ภาษาเเละประวัติของภาษา หนังสือ เเละก็เรื่องทั่วไปที่เราเจอเเล้วสนใจ ส่วนที่มาหรืออ้างอิง เราจะใส่ไว้ด้านล่างทั้งหมด เเต่จะไม่ได้ใส่ตามรูปแบบการเขียนรายงาน เพราะอยากให้มันไม่เป็นวิชาการเกินไป เราเองก็ไม่รู้ว่าวันไหนฝนจะตก เเละดาวกระดาษอย่างเราจะเปื่อยสลายไป งั้นก็ ช่วยดูเเลดาวกระดาษดวงน้อยๆดวงนี้ด้วยนะ ดาวน่ะ อยู่บนฟ้าดวงเดียวไม่ได้หรอก...

อ้ายอยู่บนดอย PART 2 : โอเอ็มจี

PART 2 : โอเอ็มจี ถึงค่ายเปิดค่ายทำความรู้จัก ไม่มีพักกางเต๊นท์กันอย่างขยัน หาทำเลที่ไม่มีคนกรนกัน แต่ยังไงไม่พ้นกันสักเต๊นท์เดียว ทำอาหารมื้อเเรกคิดว่าง่าย มองกองผักสูงเท่าควายเเล้วเเอบเสียว โอเอ็มจีกินทุกวันน่าจะเพรียว แรกไข่เจียวผัดผักแบบชิวชิว กะหล่ำกับผักกาดไม่เท่าไหร่ ถั่วฝักยาว5โลเห็นจนหายหิว ผักใบอย่างละโลกินแก้ฮัดชิ่ว อยากจะโยนให้ปลิวลงดอยไป ทำอาหารกับความเย็นเเสนเข็ญยาก หุงข้าวก็ลำบากดิบสุกไหม้ ศัพท์พี่เเบงค์เรียกข้าวสามกษัตริย์ไง ดูไฮโซเก๋ไก๋ชะเอิงเอย สวัสเสร็จจับฉลากพร้อมเปิบข้าว ดูง่วงหงาวหาวนอนจนชาวค่ายเอ๋ย ยังไม่รู้ชะตากรรมของตัวเลย กินข้าวเสร็จเงยหน้ามาต้องล้างจาน ขอแสดงความยินดีกับกลุ่มแรก หลังจากเเดร๊กมึนมึนไม่ล้างผลาญ ต้องเผชิญความหนาวเหน็บทีมล้างจาน วิชามารล้างถูขัดไม่พูดจา วัฎจักรการกินหมดสิ้นเเล้ว ตาแป้วๆมองมาน่าโสสา ล้อมวงนั่งฟังประวัติหน่วยโต้น้า และพูดย้ากฎค่ายอีกสักที กฎเคร่งๆห้ามร้องเพลงนอกค่าย ดูเหมือนง่ายไปๆมาๆง่ายกะผี เลยสอนเพลงในค่ายให้จำดี 'บ้านบนดอย'เพลงนี้ของประจำ นอนคืนเเรกขนลุกซ่อซู่ซ่า เฮ่ยฮัดช่าใค...