ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

Pain Inspired : เก็บตกความเจ็บปวด

แน่ยิ่งกว่าแน่
ว่าในชีวิตหนึ่งๆ มีเรื่องให้เจ็บปวดหัวใจมากมาย
ทั้งประสบการณ์ที่ไม่ดี ความหลังวัยเยาว์
อะไรต่อมิอะไรหลายๆอย่าง

ทางสายแห่งความเจ็บปวดนี้
มีให้เลือกเดินอยู่สองทางคือ
ทางแรก ถือให้ความเลวร้ายที่เกิดขึ้นเป็นเสมือนบทเรียน
แล้วเก็บข้อผิดพลาดนั้นมาใช้ ไม่ให้เราพบเจอกับมันอีก
ทางที่สอง เก็บความเจ็บปวดนั้นไว้ แล้วให้มันทำร้ายเราอยู่ร่ำไป

คงไม่มีใครที่อยากจะเลือกทางที่สอง
แต่น่าแปลก คนส่วนใหญ่ กลับเลือกทางเดินที่สองไป
อย่างไม่รู้ตัว !

ผมเป็นคนหนึ่ง ที่มีความคิดแตกต่างจากคนอื่น
ผมสร้างทางเดินขึ้นมาใหม่
เป็นทางเดินของผมเอง ที่ผมไม่ต้องกลัวว่าจะมีใครตามมาได้

ทางเดินแห่งความทรงจำ
ทางเดินสีขาว ที่โรยด้วยกลีบกุหลาบ
แต่รอบๆข้างก็ได้เก็บรวบรวมความผิดพลาดในชีวิตของผมไว้
ผมเก็บมันไว้อย่างเป็นระเบียบ

“เวลาไหนที่ผมทุกข์ จะได้รู้ว่า
ณ จุดจุดหนึ่ง ผมเคยทุกข์มามากกว่านี้แล้ว”

เห็นไหมล่ะ?
บางทีการมีความทุกข์ ก็ไม่ได้เป็นตัวกำหนดว่า
ชีวิตของเราจะเลวร้ายเสมอไป
ลองหันหน้าเข้าหาความทุกข์
แล้วปรับความเข้าใจกับมัน

และ

“การยอมรับความทุกข์นั้น
จะทำให้คุณรู้สึกสบายใจมากขึ้น
และอยู่กับความทุกข์อย่างสุขใจ”

Inspired by Pain

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

Animal Inspired : ผีเสื้อปีกหัก

ผีเสื้อ เป็นสัตว์ปีกที่สวยงาม มันบินได้เพราะปีก และปีกของมันก็ถูกแต่งแต้มไปด้วยลวดลายต่างๆ บ้างก็เป็นลายสีสันสวยงาม บ้างก็เป็นเพียงสีขาวดำเอาไว้หลอกตาศัตรู “ ปีกของผีเสื้อสำคัญที่สุด ขาดปีก มันก็บินไม่ได้ แล้วคนเราล่ะ....อะไรสำคัญที่สุด ” สิ่งที่เราใฝ่ฝันมาว่าชั่วชีวิตหนึ่ง อยากได้ อยากมี อยากเป็น เราขาดมันได้หรือไม่ ถ้าเราขาดมันได้ แล้วอะไรล่ะ ที่เราลืมไปแล้ว ว่ามันคือสิ่งที่เราไม่ต้องไขว่คว้า ยามที่เราท้อ เราพ่ายแพ้ หมดหวังในชีวิต มันก็อยู่กับเราตลอดเวลา เพียงแต่รอเวลาที่จะถูกใช้เพียงเท่านั้น คำตอบอยู่ไม่ไกลตัวเรานี่เอง  “ปล่อยวาง... คำคำเดียวที่ทำให้โลกของเราสดใสขึ้นอย่างน่าประหลาดใจ คำที่ผีเสื้อปีกหักจะพูดกับตัวเองได้ในวันที่แพ้ จนถึงวันนั้น แม้มันไม่มีปีก มันก็จะไม่เสียใจ” เพียงแค่เราปล่อยวาง สิ่งที่ผิดพลาดไปวันนั้น สิ่งที่เป็นบาดแผล ตอกย้ำหัวใจของเรา ก็จะค่อยๆหายไป ผีเสื้อปีกหัก ก็จะโบยบินไปในโลกของตัวเอง อย่างไม่ต้องเป็นทุกข์อีกต่อไป Inspired by  Butterfly

'90วัน ฉันจะไปเวิร์ค' [WAT2017] EP02: สัมภาษณ์วีซ่า J-1

เข้าเดือนกุมภาแล้ว หลาย ๆ เอเจ้นท์ก็ทยอยปิดรับสมัครโครงการ  Work and  Travel 2017  แต่สำหรับใครที่เพิ่งรู้ตัว เฮ้ย ฉันก็อยากจะไปเวิร์คบ้างเหมือนกัน ไม่ต้องตกใจไป ยังมีเอเจ้นท์บางส่วนที่ยังเปิดรับสมัครอยู่ ทั้งนี้ทั้งนั้นก็หาข้อมูลไว้เยอะ ๆ เพราะว่าการสมัครกันโค้งสุดท้ายก็มีสิ่งที่ต้องระวังนั่นก็คือเรื่องงาน งานที่เหลืออยู่ก็จะน้อยมาก และมักจะเป็นงานที่คนอื่นไม่เลือกทำเพราะหลาย ๆ เหตุผล อย่าลืมศึกษาข้อมูลก่อนตัดสินใจกันด้วยเด้ออออ   เอ้า ส่วนใครที่ผ่านขั้นตอนการสมัครมาแล้ว ได้งานแล้ว กำลังเข้าสู่กระบวนการสัมภาษณ์วีซ่า ก็มาทางนี้เลยยยยย เย่ (ขออภัยไม่มีรูปปลากรอบ เพราะไม่ได้พกมือถือไปปปป) เชื่อว่าหลาย ๆ คนที่เข้ามาอ่าน น่าจะเข้าไปส่องรีวิวพันทิปมาหลายกระทู้แล้ว ใช่มะ เรารู้ เพราะเราก็เป็น แกรรรรร รีวิวตั้งแต่ยามหน้าประตูยันลักษณะเข้าหน้าที่สัมภาษณ์แต่ละคน เราต้องเตรียมตัวแบบไหน เขาจะถามอะไรบ้าง ถ้าเกิดเหตุฉุกเฉินต้องทำยังไง เราจะมาเคลียร์กันไปทีละคำถามเนอะ [ เอกสารใช้สัมภาษณ์วีซ่า]   ** สำคัญมาก ไม่มีไม่ได้เข้าสัมภาษณ์เด้ออ** 1. ใบคำร้องยื่นข...

สร้าง กำลังโต

เรียกฉันว่า... "กำลังโต" ถึงใครที่ผ่านเข้ามา เดี๋ยวนี้คนออกมาเขียนบล็อกกันเยอะไปหมด บางคนมีความตั้งใจ บางคนหมดไฟ ต้องออกมาเขียนระบายความในใจ ซึ่งจริง ๆ เเล้วการเขียนมันก็เหมือนกับเราได้คุยกับคนคนหนึ่ง ที่อยู่ตรงข้ามเเผ่นกระดาษ หน้าจอคอมพิวเตอร์ ไม่ว่าจะเขียนอะไรไปเขาก็รับฟังหมด ที่ปรึกษาที่ดี แล้วมาเขียนบล็อกทำไม? เเต่ที่มาเขียนในนี้ไม่ได้จะมาคุยกับใครนะ จะคุยกับตัวเองนี่เเหละ เพราะคิดว่าเราห่างหายจากการทบทวนความต้องการของตัวเองมานานเเล้ว ไม่รู้กี่ปีที่ไม่ได้ถามว่า อยากทำอะไร มีอะไรที่อยากเเล้วไม่ได้ทำบ้าง อีกเหตุผลหนึ่งก็คือ เราจับพลัดจับผลูได้เริ่มทำงาน หลังจากที่เรียนจบ ต่อด้วยโครงการเวิร์คแอนด์เทรเวลที่อเมริการ่วมสี่เดือน ทั้ง ๆ ที่อีกหนึ่งเดือนจะสอบวัดระดับภาษาแล้ว เเพลนเรียนต่อก็มี เเต่ก็คิดว่าน่าจะมีเวลาเหลือพอมานั่งทบทวน อ่านหนังสือสอบได้ ไปๆมาๆ งานมันค่อนข้างยาก เเละเราเองก็ใหม่กับทุกสิ่งในตัวงานที่มอบหมายมาเลยก็ว่าได้ เราเป็นคนที่พรีเซ็นต์งานไม่เก่ง นี่คือจุดด้อยของเรา คือข้อมูลมีเยอะ เเต่เราไม่สามารถเล่าเรื่องออกมาให้เหมือนกับเล่านิทานก่อนนอนได้